เชิญเพื่อนเข้าไปดูภาพกิจกรรมของรุ่นที่คลังเก็บภาพ http://crma26.multiply.com/photos
ดูเหมือนไกล
ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่จะนำบทความที่ผมเคยเขียนลงในเว็บเรื่อง "ละครยังไม่เลิก" มาลงในหนังสือเวียนรุ่นช่วงใกล้เวลาปรับย้ายประจำปี 52 อย่างที่เราๆท่านๆทราบล่ะครับการเลือกอาชีพทหารนั้นทุกคนก็มีเป้าหมายสูงสุดในชีวิตเหมือนกันหมดนั่นก็คือ การได้รับพระราชทานยศเป็นนายพล จากวีดีทัศน์ที่แดงนำมาลงในเรื่อง Story of CRMA.26 มีเนื้อหาและคำบรรยายที่ดีมากผมไม่ทราบว่าใครเป็นคนทำ แต่เสียงบรรยายคล้ายเสียงเพื่อน เมฆ วรเทพฯ (หากผิดขออภัยด้วยครับ) ไม่น่าเชื่อนะครับว่าเรารับราชการกันมา 31 ปีแล้ว เวลามันเดินเร็วมาก นับตั้งแต่วันที่สำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ ออกมาเป็นว่าที่ ร้อยตรี ณ เวลานั้นหลายคนคงเคยคิดถามตัวเองว่า กว่าจะได้เป็นนายพลตามความหวังที่ตั้งใจไว้ ดูเหมือนไกล ....... แต่มาถึงวันนี้ไอ้ที่เคยคิดว่าไกลมันไม่ไกลแล้ว ทุกครั้งที่ถึงเวลาแห่งการแต่งตั้งโถนายพล รุ่นเราต่างมีความหวังกันมากขึ้นทุกครั้งว่า จะมีนายพลใหม่เพิ่มขึ้นอีกกี่คน เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ บางคนก็หัวใจพองโตพร้อมรอยยิ้มของคนรอบข้าง บางคนก็คอตกถอยหายใจ "เฮ้อ! หลุดโถจนได้" ชีวิตรับราชการมันก้ออย่างนี้ล่ะครับมีสมหวังผิดหวัง ยิ่งหวังมากก็อาจจะผิดหวังมาก อย่างไรก็ดีผมอยากให้กำลังใจกับเพื่อนๆ ทุกคนอย่าถ้อกับชีวิตรับราชการซึ่งเปรียบเหมือน ละครที่ยังไม่เลิกแสดง
ผมขอยกตัวอย่างพี่ๆบางท่านที่ผมรู้จักและเคยศึกษาหลักสูตรต่างๆร่วมกันมา ครั้งนั้นพี่ส่วนใหญ่มียศ พ.อ.(พ.) พี่ๆมักจะพูดแหย่ผมว่า "เฮ้ย ไอ้วิทย์แซงหน้าพี่ๆหมดเลยนะมึง" ผมได้แต่บอกพี่ว่า "พี่ครับเวลาของพี่อาจจะยังมาไม่ถึง แต่เมื่อไหร่พี่แซงผมแล้วขอให้พี่ทักทายและพูดคุยกะผมเหมือนเดิมนะครับ " ผ่านไปไม่น่านพี่ๆที่พูดกะผมแบบนั้นเป็นพลเอกหมดทุกคนแล้ว บางคนก็ยังเหมือนเดิมบางคนก็จำน้องไม่ได้ ที่ผมยกตัวอย่างมาให้นี้ผมมองว่ามันเป็นละครโรงใหญ่ที่ตัวแสดงเปลี่ยนบทไปเรื่อยๆ ตามแต่ผู้กำกับจะเห็นว่าเราเล่นบทไหนได้ดีที่สุด ดังนั้นความสามารถของนักแสดงที่ตีบทแตกเล่นได้ประทับใจคนดูและผู้กำกับได้มากที่สุด เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำพาไปสู่การมอบหมายให้เป็นตัวละครที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ ถามว่าแล้วละครจะปิดฉากลงเมื่อไหร่ คำตอบก้คือจนกว่าตัวละครจะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
ปราบใดที่ละครยังไม่ปิดฉากก็อย่าเพิ่งเบื่อในบทที่ท่านต้องรับ ท่านยังต้องอ่านบทให้เข้าใจ ตีบทให้แตกและแสดงอย่างสุดความสามารถ หากเปรียบเหมือนงานที่ท่านรับผิดชอบก้ไม่ต่างกับการแสดงที่ท่านต้องเปลี่ยนบทบาทไปเรื่อยๆ ไม่เคยมีใครเล่นเป็นตัวประกอบตลอดเวลา และไม่เคยมีใครเล่นเป็นพระเอกตลอดเวลา ฉันใดก็ฉันนั้น มา ณ วันนี้เพื่อนเริ่มเจอบทบาทที่เพื่อนๆต้องมาเล่นวิคเดียวกันมากขึ้น นั่นคือบทที่เพื่อนเป็นผู้บังคับบัญชา และผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งดูเหมือนบทของความเป็นเพื่อนในฉากสมัยนักเรียนจะหายไปในบางช่วง การทำตามคำสั่ง การให้เกียรติต่อหน้าคนดูเข้ามาแทนที่ ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องทำตามบท เพื่อให้ละครฉากนั้นสมจริงมากที่สุด แต่ผมเชื่อว่าด้วยความรักและสามัคคีที่เพื่อนๆมีร่วมกันมาตั้งแต่สมัยกินนอนมาด้วยกันมันยังเหมือนเดิม หลังฉากการแสดงเรายังมี "มึงกับกู" เหมือนเดิมไปเปลี่ยนแปลง ผมคิดว่าเพื่อนคงเห็นด้วยกะความคิดนี้ ดังนั้นก็อย่าไปติดยึดกะบทมากจนลืมเวลาพักนะครับ
ด้วยความมรักและอยากให้กำลังใจเพื่อนๆทุกคน
ก.ไม่เก่งทุกทาง

แก้ไขล่าสุด ( วันพฤหัสบดีที่ 03 กันยายน 2009 เวลา 22:07 น. )



