ละครยังไม่เลิก

จากการเข้าร่วมประชุมกรรมการรุ่นที่ผ่านมาได้หารือกันว่าเพื่อนเราหลายคนได้หายไปจากวงการ ไม่ทราบที่อยู่,เบอร์โทรศัพท์ ไม่เคยเจอในงานเลี้ยงรุ่น ซึ่งเพื่อนแบงค์ได้ให้ข้อคิดเห็นว่าปัจจุบันเพื่อนเราหลายคนไม่ได้อยู่ในตำแหน่งหลัก หลายคนยังคิดว่าไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตราชการทำให้หมดกำลังใจไม่อยากมาเจอเพื่อนๆ โดยเฉพาะเวลามาเจอเพื่อนที่มียศสูงกว่า กอร์ปกับรุ่นเราไม่ค่อยมีเพื่อนๆที่อยู่กับผู้บังคับบัญชาชั้นสูงมากนักเลยไม่มีศักยภาพที่จะช่วยดึงหรือส่งเสริมให้เพื่อนๆก้าวสู่ความสำเร็จในชีวิตราชการได้เท่าที่ควร แต่ก็มีสิ่งที่น่าภูมิใจอยู่อย่างคือเมื่อมีการพูดถึงการทำงานของรุ่น 15 พี่ๆน้องๆต่างพูดชมว่าทำงานเก่งมีความสามารถ เป็นที่ชื่นชมของพี่ๆเสมอมา นีคือ"การทำงานอย่างมีศักศรี"
ถึงประโยคสุดท้าย ผมฟังทีไรก็ยิ่งภูมิใจในความเป็นเพื่อนในรุ่น จปร.26 ที่ได้ตั้งคำขวัญของรุ่นตั้งแต่จบการศึกษาว่าเราจะทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี กี่ปีแล้วที่เราช่วยกันดำรงความชัดเจนในการทำงานจนเป็นที่ยอมรับของพี่ๆน้องๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่คนส่วนใหญ่ในรุ่นจะมีเอกลักษณ์,มีอุดมการณ์ในการทำงานได้เป็นรูปแบบเดียวกันเป็นส่วนใหญ่ ผมอยากให้มองสะท้อนในอีกมุมมองหนึ่งนี่คือพลังในการขับเคลื่อนการทำงานของรุ่นซึ่งมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะทำงานด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยกำหนดออกมาเป็นคำขวัญของรุ่นตั้งแต่จบ ผมคิดว่านี่คือพลังของความดีงามของเพื่อนๆ ทียังรักษาไว้ไม่ให้ด่างพล้อย ถามว่านี่คือความสามัคคีของคนในรุ่นใช่ไม๊ ผมคิดว่าใช่ เพราะเราให้คำมั่นกันไว้ว่าเมื่อเรารับราชการเราจะมีอุดมการณ์ในการทำงานเพื่อประโยชน์ของทางราชการและประเทศชาติเป็นหลัก ถึงแม้ว่าวันนี้เพื่อนๆบางคนอาจจะยังไม่ได้รับผลของการทำงานตามที่คาดหวังไว้ผมอยากให้กำลังใจเพื่อนว่า อย่าเพิ่งท้อกับตำแหน่งหน้าที่ มันอาจจะดีบ้างไม่ดีบ้างก็ช่างมันเอามาคิดน้อยใจไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะละครมันยังไม่ปิดฉาก เราเกิดมาแสดงละครของโลกมนุษย์โดยไม่มีใครรู้ว่าคนเขียนบทเป็นใคร และก็ไม่รู้ด้วยว่าฉากสุดท้ายของแต่ละคนจะจบอย่างไร เรารู้เพียงว่าบทบาทของแต่ละคนที่เล่นเป็นทหารมีเวลาแสดงจนตัวละครอายุ 60 ปี เท่านั้นคือสิ่งที่รู้แน่ๆ เพราะฉะนั้นขอให้เพื่อนเล่นตามบทบาทที่รับอยู่ให้ดีที่สุด ตีบทให้แตกว่าเขาให้เล่นเป็นอะไร ทำอย่างไรคนดูถึงจะชอบบทบาทที่เราเล่น(อย่าเพิ่งคิดถึงค่าตัวนะครับเพราะจะทำให้มีการต่อรองราคาโดยไม่สนบท) วันหนึ่งเมื่อความพึงพอใจของผู้กำกับมาถึงเราก็จะได้เล่นในบทบาทที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ ที่ผมเขียนมาให้เพื่อนอ่านก็หวังอยากจะให้กำลังใจและข้อคิดกับเพื่อนๆ ที่อารมณ์ของความไม่สมหวังมันมาปรุงแต่งความคิดส่งผลให้ไม่อยากเจอเพื่อนๆเพราะคิดไปว่าเราไม่เท่าคนอื่นเดี๋ยวเพื่อนจะดูถูก อย่าลืมว่าเวลาเราเจอกันในงานเลี้ยงเราไม่มีความรู้สึกเรื่องอื่นปนอยู่เลย มีเพียงความทรงจำในสมัยเรียนด้วยกันเท่านั้นที่มันผุดขึ้นมา เพื่อพูดคุยทักทายอย่างมีความสุขตามประสาคนเริ่มแก่ คำว่าเพื่อนไม่มียศมาเกี่ยวนะครับ ปีหนึ่งเราเจอกันครั้งหนึ่งหากเพื่อนมีข้อเสนอแนะอะไรก็ส่งมาที่เพื่อนเรกได้ตลอดเวลา อยากให้กำลังใจเพื่อน และอย่าคิดว่าอยู่คนเดียวในกองทัพยังมีเพื่อนคู่คิดอีกหลายคนที่พร้อมจะฟังและให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ.

