บทความของประธานรุ่น
เมื่อปลาย ก.ค.52 ผมได้เข้าไปดูข้อมูลใน web รุ่น CRMA 26 ได้พบบทความหนึ่ง ซึ่งมีเพื่อนของเราคนหนึ่งที่ใช้นามแฝงว่า ก.ไม่เก่งทุกทาง โดยบทความดังกล่าว ห้วงเวลาที่มาลงประมาณ ปลายปี 51 ต่อต้นปี 52 ซึ่งเป็นห้วงเวลาว่าผมได้เข้ามารับตำแหน่งประธานรุ่น ฯ แล้ว กว่าจะได้มาพบบทความที่น่าสนใจนี้ก็เดือน ก.ค. ผมก็ได้สอบถามเพื่อน ๆ ว่า ใครเป็นคนนำมาลง หรือใครใช้นามแฝงว่า ก.ไม่เก่งทุกทาง ในกลุ่มเพื่อนที่ผมสอบถาม ก็ไม่มีใครได้อ่านบทความนี้ และไม่รู้ว่า ก.ไม่เก่งทุกทาง คือใคร ผมได้ประมาณการว่า คงจะมีเพื่อนน้อยคนได้อ่านบทความนี้ และเห็นว่า บทความนี้เป็นบทความจากเพื่อนคนหนึ่ง ที่ให้กำลังใจเพื่อนที่ต่อสู้ในวงเวียนของชีวิตการรับราชการในห้วงเวลาที่เหลือก่อนเกษียณอายุของพวกเรา จึงขอนำมาให้เพื่อนๆได้อ่าน
“ ละครยังไม่เลิก “(กดดูที่Link)
ผมได้พยายามสอบถามเพื่อนๆ ใครคือ “ก.ไม่เก่งทุกทาง” ในที่สุดก็ทราบจากเพื่อนแดง (ธนกร) web master ของรุ่นว่าคือ เพื่อนวิทย์ (พล.ท.กันตพล ปทุมลังการ์) ซึ่งเป็นเพื่อน จปร.26 ท่านเดียวที่สังกัดกรมราชองครักษ์ ปัจจุบันตำแหน่ง ผช.เสธ.รอ.(ถ้าจำไม่ผิดเพื่อนวิทย์นี่ละ ติด พล.ท.คนแรกของรุ่น ทั้งๆที่ได้ พ.อ.(พ) หลังเพื่อนหลายๆคน) ต่อมาผมได้ติดต่อกับเพื่อนวิทย์ เพื่อแจ้งว่าจะขอนำบทความ ละครยังไม่เลิก ลงในหนังสือเวียนรุ่น ซึ่งเพื่อนวิทย์ยินดี
ผมได้เห็นในความเป็นจริงของรุ่น จปร.26 ที่เพื่อนวิทย์มองและวิเคราะห์ไว้ ในประเด็นที่รุ่นของเราไม่เคยกำหนดยุทธศาสตร์ของรุ่น (ที่จะขึ้นเป็นใหญ่ในกองทัพ) ซึ่งอาจจะแตกต่างกับรุ่นอื่น รวมทั้งไม่ได้กำหนดวางตัวใครไว้ว่าจะต้องอยู่ตรงไหน (ซึ่งเมื่อก่อนสมัยเป็น พ.ท.-พ.อ.เคยคิดแต่ไม่ได้ทำ) ทุกอย่างค่อนข้างเป็นไปตามธรรมชาติ ที่พวกเราไม่ได้ไปอัดรวมอยู่หน่วยเดียวกันหลาย ๆ คน ซึ่งส่วนใหญ่จุดที่พวกเราไปอยู่เป็นไปตามวิถีทางของแต่ละบุคคล ภาพที่เห็นในปัจจุบันมีการกระจายตัวของเพื่อนไปอยู่ที่ สป., บก.ทท.และ ทบ. ที่อาจจะมีคนน้อยที่ สป.อยู่บ้าง การที่รุ่นของเราไม่ได้กำหนดยุทธศาสตร์ของรุ่นไว้ แต่คติประจำรุ่น “ ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี ” ผมถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ของพวกเราอย่างหนึ่งตรงกับที่เพื่อนวิทย์ระบุว่า มันเป็นพลังขับเคลื่อนการทำงานของเพื่อนๆในรุ่นที่มีเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งทำให้รุ่นของพวกเรามีความเข้มแข็งพอตัว แม้ว่ารุ่นของเราไม่เคยมีเพื่อน ๆ ไปอยู่ใกล้ชิดผู้บังคับบัญชาชั้นสูง ที่จะสามารถดึงเพื่อนไปอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ หรือขึ้นเป็นนายพลได้เช่นกับรุ่นอื่น ๆ โดยผลที่ปรากฏให้เห็นคือ รุ่นเราอาจมีจำนวนนายพลที่น้อยกว่ารุ่นพี่ ๆ มาก แต่ผมก็เห็นว่าน่าจะเป็นเรื่องดี ที่รุ่นเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีการแซงข้ามหัวรุ่นพี่ แต่ก็อาจมีอยู่บ้าง แต่ก็ด้วยความรู้ ความสามารถ หรือฝีมือในการทำงานที่เป็นที่ยอมรับ ในขณะที่มีเพื่อนๆยังไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวัง และอาจถูกรุ่นน้องแซงหน้าขึ้นมาเป็นเจ้านายบ้างจากที่ผมได้ตรวจสอบข้อมูลของพวงเรา (จาก พล.ต.สุริยันต์ ฯ สบ.ทหาร และ พ.อ.ธนาคาร ฯ สบ.ทบ.)
- พล.ท.จำนวน 9 ท่าน (ตำแหน่งหลัก 4 ที่ปรึกษาผทค.5 )
- พล.ต. จำนวน 52 ท่าน (ตำแหน่งหลัก 27 ผทค.25)
- พ.อ.(พ.) ที่เป็น รอง ผบ.หน่วย (รองนายพล) 54 ท่าน
- พ.อ.(พ.) ที่เป็น เสธ.หน่วย/ผอ.กอง 28 ท่าน
- พ.อ.(พ.) ที่เป็น นปก. ประมาณ 75 ท่าน
รวมยอดที่ผมตรวจสอบประมาณ 215 คน (ยังมีบางส่วนที่ยังไม่มี พ.อ.(พ.)) ที่ได้เป็นนายพลแล้วประมาณ 25 % ก็ถือว่าไม่น้อย เพื่อนที่น่าจับตา คือ พวกที่เป็นรองนายพล 54 ท่าน ถือว่ายืนประตูแล้ว ทราบว่า ต.ค.นี้ก็จะมีหลายท่านก็จะมีโอกาสเป็นนายพลที่ตำแหน่งหลัก และ ผทค. คงต้องบอกเพื่อนๆว่า การที่จะได้เป็นนายพล นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ทุกอย่างต้องมาครบ ความรู้ ความสามารถในการทำงาน ความประพฤติ รวมทั้งจังหวะและโอกาส และเรื่องของดวง หรือเวรกรรมที่เราได้สร้างสมมา แต่ก็มีประเด็นที่สำคัญคือ ผบ.ชา ต้องเสนอชื่อขึ้นไป เคยมีอดีต ผบ.ทบ. กล่าวไว้ว่า การที่จะให้ ผบงชาส่งเสริมหรือสนับสนุนเรา ต้องมี 3 ช ช แรก คือต้องทำให้ ผบ.ชา ชอบ ( อย่าทะเลาะกับนาย) ช ที่สอง คือ ต้องให้ ผบ.ชา เชื่อ (ทำให้นายเชื่อมั่นและอย่าโกหกนาย) ช ที่สาม คือ ช่วย เมื่อ ผบ.ชา ชอบและเชื่อเราแล้วท่านก็จะช่วยเรา
แม้ว่าเราได้พยายาม ตั้งใจทำงานแล้วแต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จ มันอาจเกิดจากปัจจัยต่างๆที่มันมาไม่ครบ ก็อย่าท้อแท้ เพื่อนวิทย์ บอกว่าตอนนี้ละครยังไม่ปิดฉาก และเราไม่ใช่ผู้กำกับ เราเป็นตัวละครที่ต้องตีบทให้แตก เล่นตามที่ผู้กำกับบอกและพอใจ ถ้าเราสามารถทำได้มันก็จะถึงเวลาของเรา ผมอยากจะบอกว่าขณะนี้เวลาพวกเราเหลืออยู่ไม่นาน ชุดแรกจะเริ่มเกษียณในปี 55 บางคนก็ทำใจที่อาจต้องลาออกก่อน เพื่อให้ได้ พล.ต. ซึ่งท้ายที่สุดสำหรับพวกที่เกษียณตามรุ่น(ปี58-59) ผมยังเห็นว่าเพื่อนนี่หละจะช่วยเพื่อนในห้วงสุดท้าย นั่นคือเราคงต้องช่วยกันส่งเสริมผลักดันเพื่อนๆที่ยังไม่ได้เป็นนายพล (แต่เพื่อนก็ต้องทำตัวให้มีความพร้อมด้วย) และในส่วนของเพื่อนที่มีความก้าวหน้าและอยู่ในตำแหน่งที่สำคัญ เพื่อนๆก็ต้องช่วยกันส่งเสริมให้ เจริญเติบโตถึงจุดสูงสุดของกองทัพ และหากรุ่นของเราสามารถเป็นเช่นนั้นได้ ก็จะเป็นโอกาสที่ดีสำหรับรุ่นของเรา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าพวกเราจะขาดไม่ได้เลยคือ ตนแหละเป็นที่พึ่งแห่งตน และก็อย่าคิดว่าอยู่คนเดียวในกองทัพ เพื่อนๆยังพร้อมที่จะฟังและช่วยท่าน
